4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม ลิเวอร์พูล ไล่ขยี้ พาเลซ

 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม ลิเวอร์พูล ไล่ขยี้ พาเลซ

4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม ลิเวอร์พูล ไล่ขยี้ พาเลซ

81

เกมนี้ เยอร์เกน คลอปป์ ได้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้ากึ่งปีกฝีเท้าฉกาจ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายขาลุย คัมแบ็กกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง และเราก็ได้เห็นความแตกต่างจากนัดที่แล้วที่ไม่มีพวกเขาอย่างชัดเจน เกมรุกหงส์แดงไหลลื่น ต่อกันติดแทบทุกจุด แดนกลางครองเกมได้ ฟูลแบ็กซ้าย-ขวา เติมเกมไม่หยุด ส่วนแดนหน้าก็ประสานงานกันได้อย่างลงตัว นำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ขาดลอย 4-0 นั่นเอง

นัดนี้ต้องชื่นชม ฟาบินโญเป็นอย่างมาก กองกลางเลือดแซมบ้า ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเหลือเกิน ทั้งการคุมจังหวะเกม เชื่อมเกม เปิดบอลให้ซาลาห์ทำประตู 2-0 และตัวเองยังมายิงไกล 30 หลาเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวยช่วยทีมทิ้งห่าง 3-0 อีกต่างหาก ซึ่งเจ้าตัวดูเหมือนจะสะใจกับประตูที่ตัวเองทำได้เป็นอย่างมาก ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ นัดที่แล้วโดนวิจารณ์ยับเยินว่าเปิดบอลไม่ได้เรื่อง ผิดฟอร์มไปเยอะ แต่นัดนี้เขากลับมาพร้อมกับความมุ่งมั่น ซัดฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 23 ทำให้เกมยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพราะก่อนหน้านั้น พาเลซ ต้องเสียแนวรุกคนสำคัญอย่าง วิลฟรีด ซาฮา ที่มีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป

เกมนี้ ซาลาห์ จัดไป 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ส่วน มาเน จัดไป 1 ประตู โดยประตูที่มาเนทำได้มาจากการจ่ายของ ซาลาห์ แสดงให้เห็นถึงความเข้าขาของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี โดยการผ่านบอลของซาลาห์นั้นทะลุไปถึง มาเน นาทีที่ 69 นั้นสุดยอดมาก ทะลุแนวรับพาเลซทั้งแผงเลย ส่งผลให้ มาเน ถล่มไปแล้ว 15 ประตูในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ส่วน ซาลาห์ จัดไปแล้ว 17 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ สุดๆ

ปม์พรีเมียร์ลีกที่รอลิเวอร์พูลคอยมา 30 ปี ของแฟนบอลลิเวอร์พูลความฝันใกล้จะเป็นจริงแล้ว ถ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถบุกไปชนะ เชลซีได้ ในคืนวันพฤหัสบดีนี้ ลิเวอร์พูล ก็จะคว้าแชมป์มาครองทันที หรือถ้าเรือใบสีฟ้าบุกเก็บชัยชนะเหนือสิงห์บลูได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดต่อไปที่ลิเวอร์พูลจะบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ทีมของเยอร์เกน คลอปป์ ต้องการแค่คะแนนเดียวก็เพียงพอที่จะได้แชมป์แล้ว

bomber UZI